ในปัจจุบัน IT สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย
ยิ่งเมื่อประเทศไทยเริ่มจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว ก็ยิ่งมีการนำ IT มาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ เพื่อเพิ่มศักยภาพหลายๆด้านให้เพิ่มขึ้น
และได้มีการประยุกต์ใช้กับงานกันหลากหลายด้าน
ดังนี้
1.ด้านการศึกษา
1.1. ประยุกต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา เช่น
- งานรับมอบตัว
ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานำมารายงานตัว
จากนั้นก็จัดเก็บประวัติภูมิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลำเนา บิดามารดา
ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลประวัตินักศึกษา
- งานทะเบียนเรียนรายวิชา
ทำหน้าที่จัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กับนักศึกษา ในแต่ละภาคเรียนทุกชั้นปี
ตามแผนการเรียนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลผลการเรียน
- งานประมวลผลการเรียน
ทำหน้าที่นำผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน
จากนั้นก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน
และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ
- งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา
ทำหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ที่นักศึกษาเรียนตั้งแต่เริ่มต้น
จนกระทั่งจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบหรือไม่
- งานส่งนักศึกษาฝึกงาน
ทำหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถรองรับจำนวน
นักศึกษาที่จะฝึกงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนเท่าใด จากนั้นก็จัดนักศึกษา
ออกฝึกงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจำนวนที่สถานประกอบการต้องการ
1.2.
การเรียนการสอนโดยใช้เว็บ ด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่
มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์
มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ
มาเป็นตัวช่วยในการสอน ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะหลากหลายด้านมากยิ่งขึ้น
2.ด้านธุรกิจอุตสาหกรรม
IT ได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนาด้านธุรกิจอุตสาหกรรม
เพราะการทำงานด้านธุรกิจอุสาหกรรมนั้นมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาก
และการตัดสินใจต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ดังนั้นการที่ต้องใช้ IT
จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
รวมถึงการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจำเป็น IT จะเป็นฝ่ายสนับสนุนเพื่อเพิ่มความมั่นใจได้ว่า
ระบบการทำงานด้านธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องทำงานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง
3.ด้านการแพทย์
IT ได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนา
ด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง
และทำให้งานด้านนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข
ได้ปรับระบบการบริหารงาน และนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้
- ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย
ตั้งแต่เริ่มทำบัตร จ่ายยา เก็บเงิน
- การสนับสนุนการรักษาพยาบาล
โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน
สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
- สามารถให้คำปรึกษาทางไกล
โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำนาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้า
หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร
หรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ
ให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก
รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหวมีเสียงและอื่นๆ
- เทคโนโลยีสารสนเทศ
ช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบาย
และติดตามกำกับการดำเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว
และข้อมูลที่จำเป็น ทั้งนี้อาจใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว
ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
- ในด้านการให้ความรู้หรือการเรียน
การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียม จะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกล
ทางด้านการแพทย์และสาธารณะสุข
เป็นไปได้มากขึ้นประชาชนสามารถเรียนรู้พร้อมกันได้ทั่วประเทศและ
ยังสามารถโต้ตอบหรือถามคำถามได้ด้วย
4.ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม
ปัจจุบัน IT เข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับการสื่อสารและโทรคมนาคมให้ก้าวไกลไปมาก
มีบริการมากมายที่ทันสมัยและตอบรับกับการนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ ตัวอย่างการใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียว แต่สามารถช่วยทำงานได้มากขึ้น
โดยอ้างอิงข้อมูลและการเปิดให้บริการของบริษัทมีติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียง
มีโทรศัพท์มือถือรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมายและมีการนำมาใช้พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน
5.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
การศึกษาพฤติกรรมบางอย่างของสิ่งมีชีวิต รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ
เช่นศึกษาการกระจายถิ่นที่อยู่ของนก การกระจายของแบคทีเรีย การสร้างอาณาจักรของมด ผึ้ง
ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าต่าง ๆ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ตลอดจนระบบนิเวศวิทยา
ความสนใจในการจำลองความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตได้มีมานานแล้ว เริ่มตั้งแต่ครั้ง จอห์น พอยเมน
ผู้เป็นนักคณิตศาสตร์
เสนอแนวคิดการทำให้เครื่องจักรทำงานโดยอัตโนมัติภายใต้โปรแกรม
ซึ่งเป็นรากฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบันเกมแห่งชีวิตจึงเกิดขึ้น IT จึงมีส่วนในการช่วยในการทำงานในการศึกษา ค้นคว้าหาข้อมูลในด้านวิทยาศาสตร์
จากบทความข้างต้น IT ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อีกตั้งมากมาย
สามารถเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิภาพขององค์กร และสอดคล้องกับธุรกิจของผู้ประกอบการได้หลากหลายงาน
อาทิเช่น
-ด้านการเกษตร -ด้านการผลิต
-ด้านการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทำงาน
การศึกษาหาความรู้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมดีขึ้น นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่างๆ
ก็นำเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาอำนวยความสะดวก ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ
-ด้านธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม
และการท่องเที่ยวที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการลูกค้าผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์
IT จึงเป็นที่มาของความรู้ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
และการพัฒนาองค์ความรู้ ทั้งในด้านการผลิต การจัดการการตลาด การแปรรูปผลิตภัณฑ์และด้านอื่นๆ
จึงได้มีการนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ เกือบทุกวงการ
ทั้งภาครัฐและเอกชน
ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลาย
หน่วยงานด้านการศึกษาและและหน่วยงานอื่นๆจึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
(IT) เพื่อให้เกิดความตื่นตัว
ให้เกิดความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคตข้างหน้า