การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากิน อันไหนจะดีกว่ากัน
จากบทความดังกล่าวดิฉันเห็นว่า ผู้ประกอบการจะต้องมีการเรียนรู้
มีความรู้ในด้านกลยุทธ์ ยุทธศาสตร์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น
การบริหารด้านการเงิน การตลาด, ความต้องการของผู้บริโภค และการใช้ Social Network มาช่วยในการประกอบอาชีพเพื่อใช้ในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องมีกระบวนการคิดที่กว้างขวาง ต้องมีงบประมาณเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ คือผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีแหล่งเงินทุนที่ดี
ที่สามารถทำให้ธุรกิจนั้นเจริญเติบโตยิ่งขึ้น
อีกทั้งการที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้นั้นต้องคำนึงว่า “คิดแล้วทำ ทำแล้วคิด
คิดเพื่อไปปรับปรุง
มุ่งทำให้ดีขึ้น แล้วก็คิดทำต่อไป” ผู้ประกอบการบางรายมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในธุรกิจ
ถือเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ดีได้
ในส่วนของผู้ทำมาหากิน เป็นผู้ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ส่วนใหญ่แล้วมีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมาย ใช้ชีวิตแบบพอกินพอเพียง ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันไป ไม่จำเป็นต้องรู้จักยุทธศาสตร์มากมายเหมือนกับผู้ประกอบการ แต่ผู้ทำมาหากินก็สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ดีอย่างเห็นได้ชัดเจนในตัวอย่างผู้ทำมาหากินบ้านบัววัด (สามีภรรยาคู่นี้) ที่อาจารย์ยกมา สะท้อนให้เห็นถึงความพอมี พออยู่ พอกินได้ชัดเจน อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าในสังคมยังมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ เห็นความมีน้ำใจในสังคม แม้ว่าการเป็นผู้ทำมาหากินนั้นไม่สามารถหาความสุขทางกายได้มากเท่ากับผู้ประกอบการแต่การเป็นผู้ทำมาหากินนั้นสามารถหาความสุขทางจิตใจได้มากกว่า และทำให้เกิดรอยยิ้ม เกิดความสุขที่ยั่งยืนได้
การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากิน อันไหนดีกว่ากัน ?...... ดิฉันคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากินก็มีด้านดีด้วยกันทั้งคู่ มีด้านดีแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบุคคลชอบที่จะเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะเลือกเป็นแบบใดขอแค่แต่ละบุคคลนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวิต และทำหน้าที่ของตนให้สุดความสามารถ เต็มที่กับสิ่งที่เลือกก็เพียงพอแล้ว
ในส่วนของผู้ทำมาหากิน เป็นผู้ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ส่วนใหญ่แล้วมีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมาย ใช้ชีวิตแบบพอกินพอเพียง ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันไป ไม่จำเป็นต้องรู้จักยุทธศาสตร์มากมายเหมือนกับผู้ประกอบการ แต่ผู้ทำมาหากินก็สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ดีอย่างเห็นได้ชัดเจนในตัวอย่างผู้ทำมาหากินบ้านบัววัด (สามีภรรยาคู่นี้) ที่อาจารย์ยกมา สะท้อนให้เห็นถึงความพอมี พออยู่ พอกินได้ชัดเจน อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าในสังคมยังมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ เห็นความมีน้ำใจในสังคม แม้ว่าการเป็นผู้ทำมาหากินนั้นไม่สามารถหาความสุขทางกายได้มากเท่ากับผู้ประกอบการแต่การเป็นผู้ทำมาหากินนั้นสามารถหาความสุขทางจิตใจได้มากกว่า และทำให้เกิดรอยยิ้ม เกิดความสุขที่ยั่งยืนได้
การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากิน อันไหนดีกว่ากัน ?...... ดิฉันคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากินก็มีด้านดีด้วยกันทั้งคู่ มีด้านดีแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบุคคลชอบที่จะเป็นแบบไหน ไม่ว่าจะเลือกเป็นแบบใดขอแค่แต่ละบุคคลนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวิต และทำหน้าที่ของตนให้สุดความสามารถ เต็มที่กับสิ่งที่เลือกก็เพียงพอแล้ว