วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2555

W4


การเป็นผู้ประกอบการ  หรือผู้ทำมาหากิน อันไหนจะดีกว่ากัน

จากบทความดังกล่าวดิฉันเห็นว่า      ผู้ประกอบการจะต้องมีการเรียนรู้ มีความรู้ในด้านกลยุทธ์  ยุทธศาสตร์ต่างๆไม่ว่าจะเป็น การบริหารด้านการเงิน การตลาด, ความต้องการของผู้บริโภค  และการใช้ Social Network   มาช่วยในการประกอบอาชีพเพื่อใช้ในการลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  ต้องมีกระบวนการคิดที่กว้างขวาง  ต้องมีงบประมาณเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ   คือผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีแหล่งเงินทุนที่ดี ที่สามารถทำให้ธุรกิจนั้นเจริญเติบโตยิ่งขึ้น   อีกทั้งการที่จะเป็นผู้ประกอบการที่ดีได้นั้นต้องคำนึงว่า  คิดแล้วทำ  ทำแล้วคิด   คิดเพื่อไปปรับปรุง  มุ่งทำให้ดีขึ้น  แล้วก็คิดทำต่อไป    ผู้ประกอบการบางรายมีการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในธุรกิจ ถือเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ดีได้

            ในส่วนของผู้ทำมาหากิน     เป็นผู้ที่น่าเอาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต  ส่วนใหญ่แล้วมีการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต  ไม่ต้องไขว่คว้าอะไรมากมาย   ใช้ชีวิตแบบพอกินพอเพียง  ช่วยเหลือเอื้อเฟื้อกันไป  ไม่จำเป็นต้องรู้จักยุทธศาสตร์มากมายเหมือนกับผู้ประกอบการ  แต่ผู้ทำมาหากินก็สามารถเป็นผู้ประกอบการได้ดีอย่างเห็นได้ชัดเจนในตัวอย่างผู้ทำมาหากินบ้านบัววัด (สามีภรรยาคู่นี้)  ที่อาจารย์ยกมา    สะท้อนให้เห็นถึงความพอมี พออยู่ พอกินได้ชัดเจน อีกทั้งแสดงให้เห็นว่าในสังคมยังมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ เห็นความมีน้ำใจในสังคม    แม้ว่าการเป็นผู้ทำมาหากินนั้นไม่สามารถหาความสุขทางกายได้มากเท่ากับผู้ประกอบการแต่การเป็นผู้ทำมาหากินนั้นสามารถหาความสุขทางจิตใจได้มากกว่า และทำให้เกิดรอยยิ้ม เกิดความสุขที่ยั่งยืนได้

            การเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากิน อันไหนดีกว่ากัน ?...... ดิฉันคิดว่า   ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ หรือผู้ทำมาหากินก็มีด้านดีด้วยกันทั้งคู่  มีด้านดีแตกต่างกันออกไป  ไม่สามารถจะเอามาเปรียบเทียบกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละบุคคลชอบที่จะเป็นแบบไหน  ไม่ว่าจะเลือกเป็นแบบใดขอแค่แต่ละบุคคลนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในชีวิต  และทำหน้าที่ของตนให้สุดความสามารถ  เต็มที่กับสิ่งที่เลือกก็เพียงพอแล้ว