วันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2555

W5


ในปัจจุบัน IT สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย  ยิ่งเมื่อประเทศไทยเริ่มจะเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว ก็ยิ่งมีการนำ IT  มาใช้ในหลายสาขาวิชาชีพ   เพื่อเพิ่มศักยภาพหลายๆด้านให้เพิ่มขึ้น และได้มีการประยุกต์ใช้กับงานกันหลากหลายด้าน   ดังนี้
1.ด้านการศึกษา
            1.1. ประยุกต์ใช้ในงานทะเบียนของสถานศึกษา  เช่น
            - งานรับมอบตัว ทำหน้าที่ตรวจสอบหลักฐานที่นักศึกษานำมารายงานตัว จากนั้นก็จัดเก็บประวัติภูมิหลังนักศึกษา เช่น ภูมิลำเนา บิดามารดา ประวัติการศึกษา ทุนการศึกษา ไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลประวัตินักศึกษา
            - งานทะเบียนเรียนรายวิชา ทำหน้าที่จัดรายวิชาที่ต้องเรียนให้กับนักศึกษา ในแต่ละภาคเรียนทุกชั้นปี ตามแผนการเรียนของแต่ละแผนก แล้วจัดเก็บไว้ในแฟ้มข้อมูลผลการเรียน
            - งานประมวลผลการเรียน ทำหน้าที่นำผลการเรียนจากอาจารย์ผู้สอนมาประมวลในแต่ละภาคเรียน จากนั้นก็จัดเก็บไว้ในแฟ้มเอกสารข้อมูลผลการเรียน และแจ้งผลการเรียนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ
            - งานตรวจสอบผู้จบการศึกษา ทำหน้าที่ตรวจสอบรายวิชา และผลการเรียน ที่นักศึกษาเรียนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งจบหลักสูตร จากแฟ้มเอกสาร ข้อมูลผลการเรียน ว่าผ่านเกณฑ์การจบหรือไม่
            - งานส่งนักศึกษาฝึกงาน ทำหน้าที่หาข้อมูลจากสถานที่ฝึกงาน ในแต่ละแห่งว่าสามารถรองรับจำนวน นักศึกษาที่จะฝึกงานในรายวิชาต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนเท่าใด จากนั้นก็จัดนักศึกษา ออกฝึกงานตามรายวิชา ให้สอดคล้องกับจำนวนที่สถานประกอบการต้องการ
            1.2. การเรียนการสอนโดยใช้เว็บ  ด้วยสื่ออุปกรณ์ที่ทันสมัย ห้องเรียนสมัยใหม่ มีอุปกรณ์วิดีโอโปรเจคเตอร์ (Video Projector)มีเครื่องคอมพิวเตอร์ มีระบบการอ่านข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์แบบต่าง ๆ  มาเป็นตัวช่วยในการสอน ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะหลากหลายด้านมากยิ่งขึ้น

2.ด้านธุรกิจอุตสาหกรรม
            IT  ได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนาด้านธุรกิจอุตสาหกรรม  เพราะการทำงานด้านธุรกิจอุสาหกรรมนั้นมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาก  และการตัดสินใจต้องทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ ดังนั้นการที่ต้องใช้  IT  จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้   รวมถึงการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องอ่านบาร์โค้ดจึงมีความจำเป็น        IT จะเป็นฝ่ายสนับสนุนเพื่อเพิ่มความมั่นใจได้ว่า ระบบการทำงานด้านธุรกิจอุตสาหกรรมจะต้องทำงานได้ไม่มีปัญหาขัดข้อง

3.ด้านการแพทย์
            IT  ได้รับการนำมาใช้ในการพัฒนา ด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างกว้างขวาง และทำให้งานด้านนี้เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับระบบการบริหารงาน และนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในงานต่างๆ ดังนี้ 
   - ด้านการลงทะเบียนผู้ป่วย ตั้งแต่เริ่มทำบัตร จ่ายยา เก็บเงิน
   - การสนับสนุนการรักษาพยาบาล โดยการเชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาล ต่างๆ เข้าด้วยกัน สามารถสร้างเครือข่ายข้อมูลทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ป่วย
   - สามารถให้คำปรึกษาทางไกล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชำนาญ เทคโนโลยีสารสนเทศ จะช่วยให้แพทย์สามารถเห็นหน้า หรือท่าทางของผู้ป่วยได้ ช่วยให้ส่งข้อมูลที่เป็นเอกสาร หรือภาพเพื่อประกอบการพิจารณาของแพทย์ได้
   - เทคโนโลยีสารสนเทศจะช่วยในการ ให้ความรู้แก่ประชาชนของแพทย์ หรือหน่วยงานสาธารณสุขต่างๆ เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว ได้ผลขึ้น โดยสามารถใช้สื่อต่างๆ เช่นภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวมีเสียงและอื่นๆ
   - เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยให้ผู้บริหารสามารถกำหนดนโยบาย และติดตามกำกับการดำเนินงานตามนโยบายได้ดียิ่งขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องฉับไว และข้อมูลที่จำเป็น ทั้งนี้อาจใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวเก็บข้อมูลต่างๆ ทำให้การบริหารเป็นไปได้ด้วยความรวดเร็ว ถูกต้องมากยิ่งขึ้น
   - ในด้านการให้ความรู้หรือการเรียน การสอนทางไกล เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะดาวเทียม จะช่วยให้การเรียนการสอนทางไกล ทางด้านการแพทย์และสาธารณะสุข เป็นไปได้มากขึ้นประชาชนสามารถเรียนรู้พร้อมกันได้ทั่วประเทศและ ยังสามารถโต้ตอบหรือถามคำถามได้ด้วย

4.ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม
              ปัจจุบัน IT  เข้ามามีบทบาทมากขึ้นกับการสื่อสารและโทรคมนาคมให้ก้าวไกลไปมาก  มีบริการมากมายที่ทันสมัยและตอบรับกับการนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ   ตัวอย่างการใช้โทรศัพท์ในปัจจุบันนี้ก็ไม่ได้มีไว้เพียงสำหรับคุยสนทนาเพียงอย่างเดียว  แต่สามารถช่วยทำงานได้มากขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลและการเปิดให้บริการของบริษัทมีติดต่อสื่อสารผ่านดาวเทียมทั้งภาพและเสียง มีโทรศัพท์มือถือรุ่นต่าง ๆ ออกมามากมายและมีการนำมาใช้พัฒนาทั้งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน

5.ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
            การศึกษาพฤติกรรมบางอย่างของสิ่งมีชีวิต รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่างๆ เช่นศึกษาการกระจายถิ่นที่อยู่ของนก การกระจายของแบคทีเรีย   การสร้างอาณาจักรของมด ผึ้ง ชีวิตความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าต่าง ๆ การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตลอดจนระบบนิเวศวิทยา ความสนใจในการจำลองความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตได้มีมานานแล้ว   เริ่มตั้งแต่ครั้ง จอห์น พอยเมน ผู้เป็นนักคณิตศาสตร์ เสนอแนวคิดการทำให้เครื่องจักรทำงานโดยอัตโนมัติภายใต้โปรแกรม ซึ่งเป็นรากฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์ จนถึงปัจจุบันเกมแห่งชีวิตจึงเกิดขึ้น   IT จึงมีส่วนในการช่วยในการทำงานในการศึกษา  ค้นคว้าหาข้อมูลในด้านวิทยาศาสตร์

            จากบทความข้างต้น  IT ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อีกตั้งมากมาย   สามารถเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิภาพขององค์กร   และสอดคล้องกับธุรกิจของผู้ประกอบการได้หลากหลายงาน อาทิเช่น 
-ด้านการเกษตร                    -ด้านการผลิต 
-ด้านการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การทำงาน การศึกษาหาความรู้ ทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมดีขึ้น    นอกจากนี้หน่วยงานราชการต่างๆ ก็นำเทคโนโลยีสารสนเทศและ ระบบคอมพิวเตอร์ เข้ามาอำนวยความสะดวก ในการติดต่อประสานงานกับทางราชการ  
-ด้านธุรกิจเอกชนทางด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยวที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารและบริการลูกค้าผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต  สามารถทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันเหตุการณ์   

             IT  จึงเป็นที่มาของความรู้ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่จะสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาองค์ความรู้ ทั้งในด้านการผลิต การจัดการการตลาด    การแปรรูปผลิตภัณฑ์และด้านอื่นๆ    จึงได้มีการนำคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ เกือบทุกวงการ ทั้งภาครัฐและเอกชน   ดังนั้นผู้ประกอบการทั้งหลาย     หน่วยงานด้านการศึกษาและและหน่วยงานอื่นๆจึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)   เพื่อให้เกิดความตื่นตัว  ให้เกิดความพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียนในอนาคตข้างหน้า