รู้..รู้จักเพียงแค่วันเกิด วันอะไร วันที่เท่าไหร่ เดือน พ.ศ. ฯลฯ แต่ !!!
ไม่รู้..วันที่จะจากไป
วันที่ 27 เมษายน 2557 ดิฉันได้มีโอกาสกลับบ้านเกิดที่จากมาหลายเดือน ระหว่างการเดินทาง มองออกไปเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง วิถีชีวิต ผู้คน สภาพแวดล้อม ได้แตกต่างไปจากเดิมเนื่องจากเวลาเปลี่ยน อะไรๆก็คงเปลี่ยนแปลงเหมือนกัน
ทุกคนมีมุมมองที่แตกต่างกัน..บางคน อาจจะมองว่าเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น บางคน อาจจะมองว่าไม่ควรเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะทำได้ก็คือ ยอมรับความเป็นจริงในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
เมื่อเดินทางถึงบ้าน ดิฉันไม่แปลกใจที่บ้านไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากไป พ่อแม่ น้องสาว ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส ยิ้มต้อนรับดิฉันอย่างอบอุ่นเหมือนเช่นเคย ทำให้รู้สึกหายเหนื่อยจากการเดินทาง หายเหนื่อยจากทุกสิ่งอย่างที่ได้เจอก่อนหน้านั้น มันบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกนี้คืออะไร แต่รู้สึกดีที่สุดในชีวิต
ตกตอนเย็น ดิฉันเตรียมดอกไม้ เทียน น้ำสะอาดลอยด้วยดอกพุทธชาด เพื่อทำขันห้าขอขมาพ่อแม่
ล้างเท้าให้ท่าน ขอขมาในสิ่งที่ทำผิดพลาดทุกอย่างที่ทำให้ท่านเสียใจ ท่านให้อภัยและบอกว่าไม่เคยถือโทษ โกรธเราไม่ว่าจะเรื่องใดๆ ทั้งให้พรแก่ลูกให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีความสุขในการใช้ชีวิต และท่านรักเราไม่ว่าเราจะโต อายุเท่าไหร่ ท่านก็ยังรักเราและเห็นเราเป็นเด็กเสมอ
น้ำตาแห่งความสุข ไหลอาบแก้มสองข้าง โผเข้าโอบอ้อมท่าน ไม่มีอะไรน่ายินดีมีความสุขเท่ากอดของพ่อแม่อีกแล้ว
หลังจากนั้น ดิฉันนำน้ำล้างเท้าของท่านทั้งสองมาอาบน้ำ เพื่อเป็นสิริมงคล เพื่อชะล้างสิ่งที่เคยทำผิดพลาด ทำไม่ดี และตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไม่ทำให้ท่านต้องเสียใจและผิดหวัง
บทความนี้ ไม่ได้อยากโอ้อวดประการใด แต่เพียงแค่อยากแชร์ว่า พ่อแม่ ท่านคือพระในบ้าน ท่านเป็นคนที่รักเรามากที่สุด ไม่ว่าลูกจะทำผิดมากขนาดไหน ท่านก็ยังคงรัก ห่วงใย ดูแลเรา และพร้อมให้อภัยเราเสมอ
เราควรจะดูแลเอาใจใส่ท่าน รักท่านให้มากๆในเมื่อตอนที่ท่านยังอยู่กับเรา อย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไป เมือเวลาสายไปแล้วมาเสียใจ คร่ำครวญทีหลังว่าไม่มีโอกาสได้ดูแล
ในชีวิตการทำงาน แม้ว่าจะไม่ได้ดูแลท่านทางกาย เราก็ควรดูแลท่านทางใจ ไม่ว่าจะดูแลท่านทางใด เราก็ได้ชื่อว่า ดูแลท่านดีที่สุด
ดิฉันคิดแบบนั้น และจะพยายามดูแลท่าน ทั้งทางกายและใจให้ดีที่สุด
ด้วยรัก..





